รายงานล่าสุดจาก Nikkei Asia เปิดเผยข้อมูลจากแหล่งข่าวในซัพพลายเชนหน่วยความจำว่า ภายในปี 2026 ผู้ผลิตหลักจะสามารถผลิต DRAM รองรับความต้องการได้เพียงประมาณ 60% เท่านั้น ส่งผลให้สถานการณ์แรมขาดตลาดและราคาสูงอาจยืดเยื้อต่อไป
ปัญหาแรมขาดตลาดอาจลากยาวถึงปี 2030
Chey Tae-won ประธานกลุ่มบริษัท SK Group เคยแสดงความเห็นในเรื่องนี้ไว้ว่าสภาวะแรมขาดตลาดอาจดำเนินไปจนถึงปี 2030 ซึ่งสะท้อนความท้าทายของอุตสาหกรรมในการเพิ่มกำลังผลิตให้เพียงพอกับความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้น
เร่งขยายโรงงานผลิตแต่ยังไม่ตอบโจทย์ทั้งหมด
ผู้ผลิตหน่วยความจำรายใหญ่ ได้แก่ Samsung, SK Hynix และ Micron ต่างเร่งลงทุนขยายโรงงานผลิตชิปเพิ่มเติม โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการได้เร็วที่สุดในปี 2026 อย่างไรก็ตาม การเพิ่มกำลังผลิตในปีนี้ตามเป้าหมายคือ 12% แต่ตัวเลขล่าสุดประเมินได้เพียงราว 7.5%
ทั้งนี้ โรงงานใหม่ส่วนใหญ่เน้นผลิตหน่วยความจำ HBM สำหรับเซิร์ฟเวอร์เป็นหลัก ซึ่งยังไม่ชัดเจนว่าชิปหน่วยความจำสำหรับสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์คอนซูเมอร์ทั่วไป จะเกิดการขาดแคลนและราคาสูงนานกว่าที่คาดหรือไม่