ไมโครซอฟท์พัฒนา Start Menu ใหม่ใน Windows 11 เน้นตอบสนองเร็วขึ้นและปรับแต่งได้มากขึ้น

เว็บไซต์ Windows Central รายงานจากแหล่งข่าวภายในไมโครซอฟท์ว่า บริษัทกำลังดำเนินการเขียน Start Menu ของ Windows 11 ขึ้นมาใหม่ เพื่อยกระดับคุณภาพการใช้งานตามแผนการปรับปรุงครั้งใหญ่ในปี 2026 ที่ให้ความสำคัญกับการรับฟังความคิดเห็นของผู้ใช้มากยิ่งขึ้น ดีไซน์คงเดิมแต่เพิ่มความสามารถในการปรับแต่ง Start Menu เวอร์ชันใหม่นี้จะถูกสร้างด้วยเทคโนโลยี WinUI 3 โดยยังคงรูปแบบหน้าตาเดิมไว้เหมือนในปัจจุบัน แต่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานปรับแต่งได้อย่างหลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการปิดฟีเจอร์บางอย่างเช่น recommended หรือ pinned apps รวมถึงสามารถเลือกขนาดของ Start Menu ได้ตามต้องการว่าจะให้แสดงผลขนาดเล็กหรือใหญ่ ประสิทธิภาพการทำงานและการค้นหาที่รวดเร็วขึ้น นอกจากนี้ Start Menu ใหม่ยังถูกออกแบบให้ตอบสนองได้รวดเร็วขึ้นมาก แม้ในสภาวะที่ซีพียูทำงานหนัก ส่งผลให้การค้นหาแอพพลิเคชันเป็นไปอย่างรวดเร็วและราบรื่นมากขึ้น สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่เน้นประสบการณ์ใช้งานที่ดีขึ้นสำหรับทุกคน โดยข้อมูลจาก Windows Central ชี้ว่าไมโครซอฟท์มุ่งมั่นที่จะเปิดตัวการอัปเดตนี้ในเร็วๆ นี้เพื่อยกระดับประสิทธิภาพของ Windows 11 อย่างมีนัยสำคัญ

ผู้ผลิตหน่วยความจำคาดผลิต DRAM ได้เพียง 60% ของความต้องการในปี

สถานการณ์แรมขาดตลาดอาจลากยาวเกินคาด รายงานล่าสุดจาก Nikkei Asia อ้างอิงข้อมูลภายในซัพพลายเชนเผยว่า ผู้ผลิตหน่วยความจำหลักอย่าง Samsung, SK Hynix และ Micron คาดว่าการผลิต DRAM ในปี 2026 จะรองรับได้เพียงประมาณ 60% ของความต้องการทั่วโลกเท่านั้น ก่อนหน้านี้ Chey Tae-won ประธานกลุ่ม SK Group ได้แสดงความเห็นว่า ปัญหาการขาดแคลนแรมอาจยืดเยื้อไปจนถึงปี 2030 สะท้อนถึงความท้าทายในการปรับกำลังผลิตให้เพียงพอต่อความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้น ความพยายามขยายกำลังผลิตและความท้าทายที่เผชิญ ผู้ผลิตรายใหญ่ได้เริ่มเร่งลงทุนและขยายโรงงานผลิตชิปเพิ่มเติม แต่โรงงานส่วนใหม่นั้นคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้เร็วที่สุดในปี 2026 ทั้งนี้ หากต้องการลดช่องว่างความต้องการและอุปทานในปีนี้ การเพิ่มกำลังผลิตอย่างน้อย 12% เป็นเรื่องจำเป็น แต่ตัวเลขล่าสุดกลับอยู่ที่ประมาณ 7.5% เท่านั้น นอกจากนี้ โรงงานใหม่ส่วนใหญ่เน้นผลิตหน่วยความจำระดับ HBM สำหรับเซิร์ฟเวอร์ ส่งผลให้ยังไม่ชัดเจนว่าแรมสำหรับสมาร์ทโฟนและสินค้าคอนซูเมอร์ทั่วไปจะยังประสบกับสถานการณ์ขาดตลาดและราคาสูงต่อเนื่องไปอีกนานเท่าใด

Tesla ขยายบริการรถแท็กซี่ไร้คนขับครอบคลุม 3 เมืองในรัฐเท็กซัส

Tesla ประกาศขยายพื้นที่ให้บริการรถแท็กซี่อัตโนมัติในเมืองดัลลัส (Dallas) และฮูสตัน (Houston) เพิ่มเติมจากเมืองออสติน (Austin) ที่เปิดให้บริการก่อนหน้านี้ โดยการประกาศได้เผยแพร่ผ่านช่องทาง X พร้อมคลิปวิดีโอภายในรถแท็กซี่อัตโนมัติจากทั้งสองเมืองดังกล่าว บริการรถแท็กซี่ไร้คนขับเต็มรูปแบบในเท็กซัส บริษัท Tesla เริ่มทดสอบและให้บริการรถแท็กซี่อัตโนมัติตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ภายใต้รูปแบบการขับเคลื่อนแบบไร้คนขับเต็มรูปแบบ โดยบริการในพื้นที่เมืองเท็กซัสทั้งสามแห่งนี้ยังคงเน้นการพัฒนาระบบขับขี่อัตโนมัติที่ไม่ต้องมีพนักงานขับหลังพวงมาลัย ขณะที่ในเขต Bay Area ของซานฟรานซิสโก (San Francisco) ยังอยู่ในขั้นตอนทดสอบที่มีคนขับดูแลความปลอดภัยอยู่ตลอดเวลา จำนวนรถแท็กซี่อัตโนมัติยังมีจำนวนจำกัด ข้อมูลเบื้องต้นที่ไม่เป็นทางการรายงานว่า Tesla ยังมีจำนวนรถแท็กซี่อัตโนมัติในระบบไม่มาก โดยในเมืองออสตินมีรถจำนวนประมาณ 46 คันที่ให้บริการขณะนี้ ซึ่งแสดงถึงการขยายตัวของบริการที่ค่อยเป็นค่อยไปภายในปี 2026 ที่มา: TechCrunch

Pinterest เปิดตัวแคมเปญใหม่ กระตุ้นออกจากโซเชียลมีเดียเพื่อค้นพบสิ่งดีในชีวิตจริง

Pinterest เปิดตัวแคมเปญการตลาดรูปแบบใหม่ในปี 2026 ด้วยแนวคิดที่อาจดูขัดแย้งกับแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียทั่วไป ภายใต้ชื่อแคมเปญว่า “สิ่งดีที่สุดที่คุณหาได้จากโลกออนไลน์ คือเหตุผลที่คุณต้องออฟไลน์” โดยโฆษณาชุดนี้สะท้อนถึงวิถีชีวิตของผู้คนก่อนยุคโซเชียลมีเดีย ที่สามารถค้นพบความสุขและกิจกรรมต่าง ๆ ผ่านการตัดขาดจากโลกออนไลน์ชั่วคราว Pinterest ย้ำภาพลักษณ์แพลตฟอร์มค้นพบแรงบันดาลใจ ไม่ใช่โซเชียลมีเดีย ในอดีต Pinterest นิยามตนเองอย่างชัดเจนว่าไม่ใช่แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย จึงได้รับการยกเว้นจากกฎหมายแบนโซเชียลมีเดียในหลายประเทศ บริษัทจึงใช้จุดนี้ในการสื่อสารเชิญชวนให้ผู้ใช้งานออกจากโซเชียลมีเดียหลากหลายแพลตฟอร์ม เพื่อให้ชีวิตมีความสมดุลมากขึ้นและได้ใช้เวลาทำกิจกรรมในโลกออฟไลน์อย่างแท้จริง ซีอีโอ Pinterest สนับสนุนการจำกัดการใช้โซเชียลมีเดียในเด็ก ก่อนหน้านี้ Bill Ready ซีอีโอของ Pinterest ได้แสดงจุดยืนชัดเจนโดยสนับสนุนมาตรการแบนการใช้โซเชียลมีเดียในกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี เพื่อปกป้องพัฒนาการและความเป็นอยู่ที่ดีของเยาวชนทั่วโลก ข้อมูลจาก Social Media Today

Pinterest เปิดตัวแคมเปญกระตุ้นเลิกใช้โซเชียลมีเดีย เน้นความสุขจากโลกออฟไลน์

แนวคิดใหม่จากแพลตฟอร์มค้นหาสิ่งสร้างสรรค์ Pinterest เปิดตัวแคมเปญโฆษณาใหม่ภายใต้แนวคิด “สิ่งดีที่สุดที่คุณหาได้จากโลกออนไลน์ คือเหตุผลที่คุณต้องออฟไลน์” เพื่อเชิญชวนผู้ใช้ออกจากโลกโซเชียลมีเดียและค้นหาความสุขในชีวิตจริงที่อยู่นอกจอ โดยภายในโฆษณาเล่าถึงวิถีชีวิตของผู้คนก่อนยุคโซเชียลมีเดีย ที่ยังสามารถหากิจกรรมและสิ่งต่าง ๆ สร้างความสุขได้อย่างสมบูรณ์แม้ไม่ผูกติดกับโลกออนไลน์ แนวทางธุรกิจและจุดยืนของ Pinterest ที่ผ่านมา Pinterest นิยามตัวเองว่าไม่ใช่แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียตามนิยามทั่วไป และไม่ได้อยู่ภายใต้ข้อจำกัดทางกฎหมายที่แบนโซเชียลมีเดียในหลายประเทศ ทำให้บริษัทมุ่งเน้นการเป็นพื้นที่ค้นพบแรงบันดาลใจและสิ่งใหม่ ๆ ที่ช่วยส่งเสริมให้ผู้ใช้ออกไปใช้ชีวิตในโลกออฟไลน์อย่างเต็มที่ ซีอีโอหนุนแบนโซเชียลมีเดียในเด็ก Bill Ready ซีอีโอของ Pinterest ยังเคยให้การสนับสนุนการแบนการใช้โซเชียลมีเดียในกลุ่มเด็กและเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปี เพื่อปกป้องสุขภาพจิตและส่งเสริมการใช้เวลานอกจออย่างสมดุล ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของแคมเปญนี้อย่างชัดเจน ที่มา: Social Media Today

ซัพพลายเชนเตือนผลิตภัณฑ์หน่วยความจำปี อาจตอบสนองดีมานด์ได้เพียง 60%

แนวโน้มแรมขาดตลาดและราคาสูงต่อเนื่อง รายงานล่าสุดจาก Nikkei Asia เปิดเผยข้อมูลจากแหล่งข่าวในซัพพลายเชนหน่วยความจำว่า ภายในปี 2026 ผู้ผลิตแรมจะสามารถผลิตได้เพียงประมาณ 60% ของความต้องการทั้งหมด ซึ่งสะท้อนถึงความท้าทายของตลาดหน่วยความจำในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า คำเตือนจากผู้นำ SK Group ก่อนหน้านี้ Chey Tae-won ประธานกลุ่มบริษัท SK Group ได้แสดงความเห็นว่า ปัญหาขาดแรมมีแนวโน้มจะยืดเยื้อไปจนถึงปี 2030 ทำให้สถานการณ์สินค้าในตลาดยังคงตึงตัวและราคายังมีแนวโน้มสูง การขยายกำลังผลิตและทิศทางตลาด ผู้ผลิตรายใหญ่อย่าง Samsung, SK Hynix และ Micron ต่างเร่งขยายกำลังการผลิต โดยโรงงานใหม่ส่วนใหญ่จะเริ่มดำเนินการได้ในปี 2026 อย่างไรก็ตาม เพื่อตอบสนองความต้องการในปีนี้ ผู้ผลิตต้องเพิ่มกำลังผลิตขึ้นถึง 12% แต่ตัวเลขประเมินล่าสุดกลับอยู่ที่เพียงราว 7.5% เท่านั้น นอกจากนี้ โรงงานใหม่ที่ก่อสร้างส่วนใหญ่มุ่งเน้นที่หน่วยความจำแบบ HBM สำหรับเซิร์ฟเวอร์ ทำให้ยังไม่แน่ชัดว่าสินค้าในกลุ่มสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์คอนซูเมอร์จะได้รับผลกระทบอย่างไร และอาจทำให้ปัญหาสินค้าขาดแคลนและราคาแพงในกลุ่มนี้ยืดเยื้อต่อไป

Tesla ขยายบริการรถแท็กซี่ไร้คนขับ รองรับการให้บริการใน Dallas และ Houston

Tesla ประกาศขยายการให้บริการรถแท็กซี่อัตโนมัติไปยังเมืองดัลลัสและฮูสตัน ผ่านช่องทาง X พร้อมเผยคลิปวิดีโอภายในรถที่วิ่งให้บริการในสองเมืองดังกล่าว ซึ่งเป็นการต่อยอดจากการทดสอบในเมืองออสตินที่เริ่มขึ้นตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ขยายพื้นที่ให้บริการครบ 3 เมืองในรัฐเท็กซัส การเพิ่มพื้นที่ให้บริการใน Dallas และ Houston ส่งผลให้ Tesla มีการให้บริการรถแท็กซี่อัตโนมัติครบสามเมืองหลักในรัฐเท็กซัส โดยระบบที่ใช้งานเป็นแบบไร้คนขับเต็มรูปแบบ แตกต่างจากในภูมิภาค Bay Area ของซานฟรานซิสโกที่ยังคงมีคนขับควบคุมอยู่หลังพวงมาลัยในช่วงทดสอบ จำนวนรถแท็กซี่อัตโนมัติในระบบยังจำกัด แหล่งข้อมูลไม่เป็นทางการระบุว่า ปัจจุบัน Tesla มีรถแท็กซี่อัตโนมัติให้บริการในเมืองออสตินประมาณ 46 คัน ซึ่งแสดงถึงการขยายตัวในวงจำกัด ขณะที่ Tesla ยังคงเดินหน้าพัฒนาและขยายการใช้งานยานยนต์ไร้คนขับเพื่อตอบโจทย์การขนส่งในอนาคต ที่มา: TechCrunch

Pinterest เปิดตัวแคมเปญใหม่ กระตุ้นให้ผู้ใช้กลับสู่โลกออฟไลน์เพื่อค้นพบสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิต

แนวคิดแคมเปญ “สิ่งดีที่สุดที่คุณหาได้จากโลกออนไลน์ คือเหตุผลที่คุณต้องออฟไลน์” Pinterest ได้เปิดตัวแคมเปญการตลาดใหม่ ที่มีแนวคิดย้อนแย้งโดยนำเสนอผ่านโฆษณาที่ชวนให้ผู้ชมก้าวออกจากโลกโซเชียลมีเดีย เพื่อค้นพบความสุขและสิ่งดี ๆ ในชีวิตที่อยู่ในโลกออฟไลน์ โฆษณาดังกล่าวเน้นย้ำถึงวิถีชีวิตของผู้คนในยุคก่อนการมาถึงของโซเชียลมีเดีย ที่การหากิจกรรมที่สร้างความสุข สามารถทำได้โดยไม่ต้องอยู่ในโลกออนไลน์ตลอดเวลา การวางตำแหน่งของ Pinterest ในฐานะแพลตฟอร์มค้นพบแรงบันดาลใจ Pinterest ยังคงยืนยันภาพลักษณ์ของตนเองว่าไม่ใช่แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียตามความหมายทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหลายประเทศที่มีกฎหมายควบคุมโซเชียลมีเดีย ทั้งนี้ Pinterest ใช้จุดนี้เป็นกลยุทธ์สำคัญในการเน้นย้ำถึงความสำคัญของการออกจากโลกออนไลน์บ้าง เพื่อหาความหมายและแรงบันดาลใจใหม่ ๆ สำหรับใช้ชีวิตในโลกออฟไลน์ สนับสนุนการจำกัดการใช้งานโซเชียลสำหรับเด็ก ในปี 2026 Bill Ready ซีอีโอของ Pinterest เคยแสดงจุดยืนสนับสนุนการจำกัดการใช้งานโซเชียลมีเดียสำหรับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปี เพื่อปกป้องสุขภาพจิตและพัฒนาการที่เหมาะสมของเยาวชน นอกจากนี้ยังสอดคล้องกับแนวทางของบริษัทที่ต้องการส่งเสริมการใช้งานเทคโนโลยีในทางที่สร้างสรรค์และสมดุลกับชีวิตจริง ที่มา: Social Media Today

OpenAI ประกาศผู้บริหารระดับสูง 3 รายลาออกรวด พร้อมหัวหน้าทีม Sora ด้วย

สถานการณ์ลาออกในตำแหน่งบริหารสำคัญของ OpenAI ในปี 2026 บริษัท OpenAI เผชิญกับการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารระดับสูงอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อมีรายงานว่าผู้บริหารระดับสูงอย่างน้อย 3 คนได้ประกาศลาออกในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน รายชื่อผู้บริหารที่ลาออก ผู้บริหารที่ออกจากบริษัทประกอบด้วย Kevin Weil อดีต Chief Product Officer (CPO) และหัวหน้าทีม OpenAI for Science ที่มีการปรับเปลี่ยนทิศทาง ลดความสำคัญของโครงการดังกล่าว Bill Peebles หัวหน้าทีม Sora ซึ่งเป็นโครงการที่เพิ่งประกาศปิดตัวลง Srinivas Narayanan ตำแหน่ง Chief Technology Officer (CTO) ของทีม B2B Applications ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลาออกและการหยุดพักงาน ในขณะเดียวกัน Fidji Simo อดีตซีอีโอ Instacart ที่ปัจจุบันรับตำแหน่งซีอีโอของแอพพลิเคชัน OpenAI ได้ประกาศหยุดพักงานชั่วคราว เนื่องจากปัญหาสุขภาพส่วนตัว ขณะที่ Kate Rouch หัวหน้าฝ่ายการตลาดก็ได้ลาออกหลังจากได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็ง แหล่งที่มา … Read more

ผู้ผลิตหน่วยความจำคาดผลิต DRAM ได้เพียง 60% ของความต้องการในปี

รายงานล่าสุดจาก Nikkei Asia เปิดเผยข้อมูลจากแหล่งข่าวในซัพพลายเชนหน่วยความจำว่า ภายในปี 2026 ผู้ผลิตหลักจะสามารถผลิต DRAM รองรับความต้องการได้เพียงประมาณ 60% เท่านั้น ส่งผลให้สถานการณ์แรมขาดตลาดและราคาสูงอาจยืดเยื้อต่อไป ปัญหาแรมขาดตลาดอาจลากยาวถึงปี 2030 Chey Tae-won ประธานกลุ่มบริษัท SK Group เคยแสดงความเห็นในเรื่องนี้ไว้ว่าสภาวะแรมขาดตลาดอาจดำเนินไปจนถึงปี 2030 ซึ่งสะท้อนความท้าทายของอุตสาหกรรมในการเพิ่มกำลังผลิตให้เพียงพอกับความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้น เร่งขยายโรงงานผลิตแต่ยังไม่ตอบโจทย์ทั้งหมด ผู้ผลิตหน่วยความจำรายใหญ่ ได้แก่ Samsung, SK Hynix และ Micron ต่างเร่งลงทุนขยายโรงงานผลิตชิปเพิ่มเติม โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการได้เร็วที่สุดในปี 2026 อย่างไรก็ตาม การเพิ่มกำลังผลิตในปีนี้ตามเป้าหมายคือ 12% แต่ตัวเลขล่าสุดประเมินได้เพียงราว 7.5% ทั้งนี้ โรงงานใหม่ส่วนใหญ่เน้นผลิตหน่วยความจำ HBM สำหรับเซิร์ฟเวอร์เป็นหลัก ซึ่งยังไม่ชัดเจนว่าชิปหน่วยความจำสำหรับสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์คอนซูเมอร์ทั่วไป จะเกิดการขาดแคลนและราคาสูงนานกว่าที่คาดหรือไม่